เวลาที่ต้องยิ้มเห็นฟัน แน่นอนว่าทุกๆ คนอยากมีฟันขาวกระจ …
เวลาที่ต้องยิ้มเห็นฟัน แน่นอนว่าทุกๆ คนอยากมีฟันขาวกระจ่างใส เพื่อให้รอยยิ้มสวยงามน่ามองมากยิ่งขึ้น ซึ่งหลายคนอาจกำลังพิจารณาบริการ ฟอกฟันขาว แต่หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัย คือ “ฟอกสีฟันที่ไหนดี” “มีกี่แบบ” “ปลอดภัยแค่ไหน” แล้วจะได้ผลตามที่หวังจริงหรือเปล่า
ดังนั้น บทความนี้จะพาไปเจาะลึกเรื่องการฟอกสีฟันแบบละเอียด ตั้งแต่หลักการทำงาน ประเภทของการฟอก พร้อมตอบคำถามที่หลายๆ คนสงสัย เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ว่าจะเลือกวิธีไหนและจะฟอกสีฟันที่ไหนดี
ฟอกสีฟัน คืออะไร?
การฟอกสีฟัน คือ กระบวนการทางทันตกรรมที่เปลี่ยนสีฟันเหลืองหรือหมองคล้ำ ให้ขาวสว่างและดูสะอาดมากยิ่งขึ้น โดยทั่วไปจะใช้สารเคมีในกลุ่มไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) หรือคาร์บาไมด์เปอร์ออกไซด์ (Carbamide Peroxide) ซึ่งสารฟอกเหล่านี้จะซึมผ่านชั้นเคลือบฟันเข้าไปทำปฏิกิริยากับโมเลกุลสีที่สะสมในเนื้อฟัน ไม่ว่าจะจากอาหาร เครื่องดื่มมีสี บุหรี่ หรือคราบสะสม ทำให้โมเลกุลสีแตกตัวและจางลง ส่งผลให้ฟันดูขาวขึ้นโดยไม่ต้องกรอหรือขูดผิวฟัน
ฟอกสีฟันมีกี่แบบ?
ในปัจจุบัน การฟอกสีฟันสามารถแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ดังนี้
1. ฟอกสีฟันที่คลินิกโดยทันตแพทย์
ทันตแพทย์จะใช้สารฟอกความเข้มข้นสูงบนผิวฟัน แล้วใช้แสงเฉพาะทางช่วยเร่งปฏิกิริยา เช่น Cool Light (LED), Philips Zoom! หรือเลเซอร์ ซึ่งมักใช้เวลาประมาณ 45-90 นาทีต่อครั้ง มีบางระบบที่สามารถเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก และมีบางระบบที่เห็นผลด้วยการพบทันตแพทย์เพียงครั้งเดียว เหมาะกับผู้ที่อยากได้ผลลัพธ์เร็วและอยากให้ทันตแพทย์ดูแลตลอดทุกขั้นตอน
2. ฟอกสีฟันที่บ้านด้วยชุดฟอกสีฟัน
สำหรับใครที่ไม่สะดวกมาฟอกสีฟันที่คลินิกโดยตรง ทีมทันตแพทย์จะพิมพ์ฟันหรือสแกนฟันเพื่อทำถาดฟอกสีฟันเฉพาะบุคคล พร้อมน้ำยาหรือเจลฟอกสีฟันความเข้มข้นต่ำกว่าที่ใช้ในคลินิก เพื่อให้คนไข้นำกลับไปฟอกสีฟันเองที่บ้าน ข้อดีคือ สามารถฟอกสีฟันได้ตามเวลาที่สะดวก แต่ต้องใช้เวลานานประมาณ 1-2 สัปดาห์กว่าจะเห็นผลชัดเจน
3. ฟอกสีฟันด้วยผลิตภัณฑ์ที่ซื้อเองตามร้านค้า
ในปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์ชุดฟอกสีฟันจัดจำหน่ายตามร้านขายยา ห้างสรรพสินค้า และแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อเองได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเข้าไปพบทันตแพทย์ที่คลินิก ทั้งนี้เพื่อทำให้มีความปลอดภัยในการใช้งาน ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จึงมีความเข้มข้นของน้ำยาต่ำ ทำให้ต้องใช้เวลานานจึงจะเริ่มเห็นผลหรือบางครั้งอาจจะไม่ค่อยได้ผล ซึ่งรูปแบบผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันที่พบเห็นได้บ่อย ได้แก่
แผ่นแปะฟอกสีฟัน (Whitening Strips): มีลักษณะเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ ใช้แปะบนผิวฟัน
เจลฟอกสีฟันพร้อมไฟ LED ขนาดเล็ก: ชุดอุปกรณ์สำเร็จรูปที่มีถาดฟันขนาดมาตรฐานมาให้
ยาสีฟันหรือน้ำยาบ้วนปากสูตรฟันขาว: ช่วยขจัดคราบฝังแน่นบนผิวฟันภายนอก แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเนื้อสีฟันข้างในได้
แล้วจะเลือกฟอกฟันขาวแบบไหนดี คำตอบขึ้นอยู่กับระดับความขาวที่ต้องการ เวลาที่มี และงบประมาณของแต่ละคน ทั้งนี้ แนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ฟอกสีฟันหนึ่งครั้งอยู่ได้นานไหม? พร้อมวิธีดูแลฟันหลังฟอกให้ขาวยาวนาน
โดยทั่วไป ผลลัพธ์ของการฟอกสีฟันจะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละคน ผู้ที่มักดื่มเครื่องดื่มสีเข้มบ่อยๆ หรือรับประทานอาหารสีจัดเป็นประจำ รวมถึงผู้ที่สูบบุหรี่ สีฟันจะกลับมาหมองเร็วว่าที่ควร นอกจากนี้ เนื้อฟันและชั้นเคลือบฟันของแต่ละคนมีความหนาและพรุนต่างกัน ผู้ที่มีฟันที่มีความพรุนมากจะดูดซับสีจากอาหารได้ง่ายกว่า ส่งผลให้ฟันกลับมาหมองเร็วขึ้น
ดังนั้น หลังฟอกสีฟันไปแล้วควรดูแลช่องปากเป็นประจำ แปรงฟันให้ถูกวิธีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟันเพื่อนำเศษอาหารตามซอกฟันออกและลดการสะสมของคราบสีใหม่ รวมถึงขูดหินปูนตามทันตแพทย์นัด ก็จะช่วยให้สีฟันขาวยาวนานขึ้น
หลังฟอกสีฟัน กินอะไรได้บ้าง?
ในช่วง 24 -48 ชั่วโมงแรกหลังฟอกสีฟัน มีความเสี่ยงที่ฟันจะดูดซับสีจากอาหารได้ง่ายกว่าปกติ ดังนั้น ทันตแพทย์จึงแนะนำให้รับประทานอาหารสีขาวหรือสีอ่อน เช่น
คาร์โบไฮเดรต: ข้าวสวย, ข้าวต้มหรือโจ๊กขาว, ขนมปังขาว, เส้นหมี่ขาว, มันฝรั่งบด หรือมันฝรั่งต้มที่ปอกเปลือกออกแล้ว
โปรตีน: อกไก่, เนื้อปลาเนื้อขาว, ไข่ขาว, เต้าหู้ขาว
ผลิตภัณฑ์นม: นมจืด, โยเกิร์ตรสธรรมชาติ, ชีสสีขาว
ผักและผลไม้: กล้วย, สาลี่, มะพร้าว, แอปเปิลหรือฝรั่ง, กะหล่ำดอก
เครื่องดื่ม: น้ำเปล่า, นมสด, น้ำมะพร้าว
อาหารที่ควรเลี่ยง (48 ชั่วโมงแรก)
ส่วนอาหารและเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วง 48 ชั่วโมงแรก คือ ของที่มี “สีเข้ม” เช่น กาแฟ ชา ไวน์แดง น้ำอัดลมสีเข้ม ซอสถั่วเหลือง มะเขือเทศ แกงส้ม แกงกะหรี่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ รวมถึงอาหารรสจัดและกรดสูง และแนะนำให้งดการสูบบุหรี่ ทั้งนี้ หลังจากผ่านช่วง 48 ชั่วโมงแรกไปแล้ว สามารถกลับมารับประทานอาหารได้ตามปกติ แต่แนะนำให้แปรงฟันหรือบ้วนปากหลังกินอาหารสีเข้มทุกครั้ง
ฟอกสีฟันราคาเท่าไหร่?
ราคาค่าบริการฟอกสีฟันนั้นไม่ตายตัว โดยแต่ละคลินิกก็เสนอราคาต่างกันไปตามปัจจัยต่างๆ เช่น
รูปแบบการฟอกสีฟัน – การฟอกสีฟันกับทันตแพทย์โดยตรงอาจมีค่าใช้จ่ายที่มากกว่า เมื่อเทียบกับการทำเองที่บ้านด้วยชุดฟอกสีฟัน เนื่องจากมีทั้งค่าบริการ ค่าอุปกรณ์ และค่าสารฟอกที่มีความเข้มข้นสูงกว่า
สภาพฟันโดยธรรมชาติ – หากคนไข้มีฟันที่มีคราบสะสมมากหรือเหลืองคล้ำมาก อาจต้องฟอกหลายรอบขึ้น ซึ่งส่งผลต่อค่าใช้จ่ายโดยรวม
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม – ก่อนการฟอกสีฟัน ทันตแพทย์จำเป็นต้องตรวจสภาพช่องปากก่อน ทำให้อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ยังไม่รวมอยู่ในบริการฟอกสีฟัน เช่น ขูดหินปูหรืออุดฟัน ซึ่งจำเป็นต้องทำก่อนฟอกสีฟัน
โดยรวม การฟอกสีฟันถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความมั่นใจในรอยยิ้มที่ได้กลับมา อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ปรึกษาและตรวจสภาพฟันกับทันตแพทย์ เพื่อที่จะได้ราคาฟอกสีฟันที่ตรงกับสภาพฟันของตนเอง
## ฟอกสีฟันที่ไหนดี? มองหาบริการคุณภาพคุ้มค่า ต้องที่เดนทอลไวส์คลินิก (DentalWise Clinic)
ถ้ายังลังเลว่าจะฟอกสีฟันที่ไหนดี ขอแนะนำให้เข้ามาปรึกษาทีมทันตแพทย์ประจำ “เดนทอลไวส์คลินิก” ที่มีประสบการณ์ดูแลรอยยิ้มคนไข้มามากกว่า 10 ปี นำทีมโดย ทพ.ณพงษ์ พัวพรพงษ์ หัวหน้าทีมทันตแพทย์ที่อยู่ในวงการทันตกรรมมากกว่า 25 ปี
ทำไมต้องเลือกเดนทอลไวส์คลินิก?
ด้วยเทคโนโลยีที่เดนทอลไวส์คลินิกเลือกใช้เพื่อการดูแลคนไข้ ระบบ Zoom! WhiteSpeed เป็นระบบฟอกสีฟันที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในอเมริกาและจากคนไข้ทั่วโลก เป็นระบบที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบให้มีประสิทธิภาพสูง เรียกได้ว่าสูงที่สุดในตลาดตอนนี้ ถูกออกแบบให้อาการเสียวฟันจากการฟอกสีฟันลดน้อยลงที่สุดเพื่อให้คนไข้รู้สึกสบายกว่าทั้งขณะฟอกสีฟันและหลังจากการฟอกสี รวมถึงมีลิขสิทธิ์สาร ACP (Amorphous Calcium Phosphate) ที่มีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างความแข็งแรงให้เนื้อฟันเพื่อให้คนไข้มีฟันที่ดูเงางามได้ทันทีหลังรับบริการฟอกสี คนไข้รู้สึกเสียวฟันน้อยกว่าอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับการฟอกสีฟันระบบอื่นๆ รวมถึงลดการเสียวฟันที่อาจมีลงได้อย่างเห็นผล ด้วยระบบ Zoom! WhiteSpeed คนไข้จะได้รับความขาวสูงสุดในการพบทันตแพทย์เพียงครั้งเดียว สะดวก ปลอดภัย และใช้เวลาไม่นาน
ที่สำคัญไปกว่านั้น เดนทอลไวส์คลินิกได้รับการแต่งตั้งให้เป็น Philips Zoom! Official Provider หรือผู้ให้บริการฟอกสีฟันระบบ Zoom! ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2019 โดยได้รับการรับรองว่าให้บริการตามขั้นตอนการฟอกสีฟันของ Philips Zoom! ในระดับความสมบูรณ์และประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยประสบการณ์ฟอกสีฟันระบบ Zoom! มากกว่า 3,000 รอยยิ้ม มั่นใจได้ว่าเดนทอลไวส์คลินิกสามารถดูแลรอยยิ้มของคุณได้เป็นอย่างดีแน่นอน
นอกจากบริการฟอกสีฟัน เดนทอลไวส์คลินิกยังให้บริการทันตกรรมครบวงจรด้วยทันตแพทย์ประจำสาขาที่มีประสบการณ์และความชำนาญ ทั้งการทำวีเนียร์ จัดฟันใส Invisalign รักษารากฟัน รากฟันเทียม และอื่นๆ เพื่อให้คนไข้ทุกคนได้รับการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างครอบคลุมในที่เดียวได้อย่างมั่นใจ
นัดหมายเพื่อปรึกษาและประเมินรอยยิ้มกับทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้แล้ววันนี้
โทร: 02-3922628, 086-4122828
LINE: @dentalwise
เว็บไซต์: www.dentalwiseclinic.com
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟอกสีฟัน
1. ถ้าจัดฟันอยู่ ฟอกสีฟันได้ไหม?
คำตอบแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี ดังนี้
กรณีจัดฟันโลหะ – ไม่แนะนำให้ทำขณะที่ยังติดเครื่องมือจัดฟันอยู่ เพราะตัวน้ำยาฟอกสีฟันไม่สามารถซึมผ่านบริเวณที่กาวและแบรกเก็ต (Bracket) แปะทับผิวฟันได้ หากฟอกไปจะทำให้สีฟันขาวไม่สม่ำเสมอ เป็นรอยด่างเมื่อถอดเครื่องมือออก ควรรอให้จัดฟันเสร็จ ถอดเครื่องมือ แล้วจึงค่อยฟอกสีฟัน
กรณีจัดฟันใส – ทำได้ เนื่องจากเครื่องมือจัดฟันใส (Aligners) สามารถถอดออกได้ แต่ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อน หากมีการติดปุ่ม Attachments อยู่บนผิวฟัน นอกจากนี้ ในช่วงที่ฟันกำลังเคลื่อน ฟันอาจจะมีความไวต่อความรู้สึกหรือเสียวง่ายขึ้น ซึ่งการฟอกสีฟันอาจเพิ่มอาการเสียวฟันชั่วคราว
2. ฟอกสีฟัน Cool Light กับ Zoom! ต่างกันยังไง?
ทั้งสองระบบใช้หลักการทำงานคล้ายกันคือการใช้น้ำยาและกระตุ้นด้วยพลังงานแสง แต่มีความแตกต่างกันในด้านประสิทธิภาพ
Cool Light (LED) – ใช้แสงสีฟ้าความร้อนต่ำ (LED) มากระตุ้นตัวน้ำยา ซึ่งขยับระดับความขาวของฟันได้ประมาณ 2–4 เฉด เหมาะกับคนที่มีคราบเหลืองไม่เข้มมาก มีราคาที่เข้าถึงง่าย
Philips Zoom! – ใช้เจลฟอกสีฟันและเทคโนโลยีแสงลิขสิทธิ์เฉพาะที่ปล่อยพลังงานคลื่นแสงความเข้มข้นสูง ปรับฟันให้ขาวขึ้นได้ถึง 6–8 เฉดภายในครั้งเดียว สีฟันสม่ำเสมอและคงความขาวได้ยาวนานกว่า แต่อาจมีราคาที่สูงกว่า
3. กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ฟอกสีฟันได้ไหม?
แนะนำให้หลีกเลี่ยง แม้ไม่มีงานวิจัยชี้ชัดว่าส่งผลกระทบต่อทารก แต่น้ำยาฟอกสีฟันมีความเข้มข้นสูง หากกลืนหรือซึมเข้ากระแสเลือดอาจมีความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น ควรรอหลังคลอดหรือหมดช่วงให้นมบุตรจะปลอดภัยที่สุด
4. ฟันปลอม ครอบฟัน หรือรอยอุดฟันจะขาวขึ้นด้วยไหม?
ไม่ขาวขึ้น เนื่องจากสารฟอกสีฟันจะทำปฏิกิริยากับเนื้อฟันธรรมชาติเท่านั้น วัสดุอุดฟัน ครอบฟัน หรือวีเนียร์จะยังมีสีเดิม ดังนั้น หากฟอกสีฟันแล้วสีฟันธรรมชาติขาวกว่าวัสดุอุดเดิม แนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อเปลี่ยนวัสดุอุดหรือครอบฟันชิ้นใหม่ให้สีตรงกับฟันที่ขาวขึ้น
มาถึงคำถามสำคัญที่สุดสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจ นั่นคือเรื่องระยะเวลาการรักษาและความคุ้มค่าของเงินที่ต้องจ่าย
Invisalign นานไหม ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง
1. จัดฟันใส Invisalign เจ็บไหม?
ความรู้สึกแน่นตึงจะเกิดขึ้นในช่วง 2-3 วันแรกของการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่แต่ละชุด แต่ก็เป็นความรู้สึกที่นุ่มนวลกว่าการจัดฟันโลหะ และจะลดลงจนหายไปเมื่อร่างกายปรับตัวได้
2. Invisalign ใส่นานแค่ไหนถึงจะเห็นผล?
ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเคส เคสง่ายอาจใช้เวลาเพียง 2-4 เดือน ส่วนเคสที่ซับซ้อนอาจใช้เวลา 1-2 ปีขึ้นไป โดยต้องใส่อุปกรณ์จัดฟันให้ครบ 20-22 ชั่วโมงต่อวันเพื่อให้ได้ผลตามแผนการรักษา
3. ราคาจัดฟันใส Invisalign ประมาณเท่าไหร่?
ราคาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาฟันและแพ็กเกจที่เหมาะกับแต่ละเคส แนะนำให้ปรึกษาและสแกนฟันเบื้องต้นกับทันตแพทย์เพื่อรับการประเมินราคาที่แม่นยำที่สุด
4. ต้องใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟันเสร็จนานแค่ไหน?
โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้ใส่สม่ำเสมอในช่วงแรกหลังจัดฟันเสร็จ แล้วค่อยลดชั่วโมงการใส่ลงตามคำแนะนำของทันตแพทย์ เพื่อไม่ให้ฟันเคลื่อนกลับไปที่เดิม


![[DentalWise Clinic] SEO JUL C01 1 1920x1080](https://www.dentalwiseclinic.com/wp-content/uploads/2026/07/DentalWise-Clinic-SEO-JUL-C01-1_1920x1080-150x150.jpg)
